บทที่ 12 Chapter 11

สองวันต่อมา...

วันนี้พ่อเลี้ยงพาขนมผิงมาดูพืชหายาก เขาว่าจะเพิ่มแปลงเมล่อนญี่ปุ่นเข้าไปซึ่งต้องใช้ความยากพอสมควรในการปลูก ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีถึงจะออกผลมาสวยงามและมีราคาซึ่งเขาต้องทำการทดลองก่อนเพราะที่ไร่ยังไม่เคยปลูกมาก่อน

"ท่าทางยากนะเนี่ย"

"แต่ราคาดีมากเลยนะครับพ่อเลี้ยง กิโลกรัมละ100บาทขึ้นไปยิ่งถ้าสวยและเป็นพันธุ์ที่หายากราคายิ่งสูงขึ้นไปอีก"

เขาพยักหน้าอย่างพอเข้าใจ หันไปรอบๆมองหาขนมผิงที่ไม่ได้อยู่ข้างกายเขาเขาซักพักแล้ว

"ขนมผิงไปไหนดิน"

"นั้นไงครับพ่อเลี้ยง"

ผู้ช่วยของเขาชี้ไปยังศาลาของไร่ ขนมผิงกำลังนั่งกินเมล่อนอยู่กับพนักงานในไร่ เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้ายิ้มๆ

"เผลอเป็นไม่ได้เลยเด็กคนนี้"

เขาเดินตรงไปหาหญิงสาวมองขนมผิงที่ตอนนี้กำลังถามคำถามอย่างเด็กใครรู่

"ทำไมมันหวานจังเลยคะ"

"มันเป็นเมล่อนราคาแพงมากเลยค่ะ พันธุ์นี้ปลูกยากที่สุดถ้าผิดพลาดคือเสียทั้งแปลงเลยค่ะ ดูแลอย่างกับเลี้ยงลูกแหนะ"

"อ่อ อย่างนี้นี่เองสงสัยต้องแพงแน่ๆเลย"

ขนมผิงใช้ส้อมจิ้มกินอีกชิ้นก่อนจะร้องว้าวออกมาอย่างตื่นเต้นสุดๆ มันทั้งหวานทั้งกรอบไม่เคยกินที่ไหนอร่อยขนาดนี้มาก่อน

"กิโลกรัมละเป็นพันค่ะ บางสายพันธุ์สองสามพันธุ์แล้วแต่เกรด"

"หูย! แพงเวอร์"

หญิงสาวหยิบน้ำเมล่อนปั่นขึ้นมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นเจอเข้ากับพ่อเลี้ยงที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ เธอยิ้มออกมาทันทีก่อนจะกวักมือเรียกยิกๆ

"พ่อเลี้ยงลองชิมเมล่อนมั้ยคะแพงมากเลยอ่ะ แต่ว่ามันอร่อยและหวานมากเลยค่ะ"

เขาเดินเข้าไปหาเธอก่อนจะนั่งลงข้างๆ ขนมผิงถือแก้วมาป้อนเขาถึงปาก พ่อเลี้ยงลองชิมตามที่เธอแนะนำก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

"อร่อย หวานด้วย"

"เอาพันธุ์นี้ไปปลูกดีมั้ยคะ ราคาแพงมากด้วย อีกอย่างคนอย่างพ่อเลี้ยงคาวีขายได้อยู่แล้วเพราะมีตลาดอยู่ในต่างประเทศน่าจะส่งออกไปได้สบายเลย"

ขนมผิงเอ่ยแนะนำอย่างปกติ เขาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ตอนแรกกำลังเล็งว่าจะเอาต้นเมล่อนราคาไม่แพงมากไปก่อน แต่ฟังจากหญิงสาวพูดก็ดูมีเหตุผล ราคานี้ส่งออกได้สบายมาก

"ก็น่าสนนะ ผิงว่าไงก็ว่างั้นแหละ"

"งั้นถ้าพ่อเลี้ยงจะซื้อต้นไปปลูก ซื้อเมล่อนให้ผิงด้วยนะจะเอาไปกินที่ไร่ค่ะ"

"จ๊ะ สั่งพนักงานเก็บให้สิ จะเอากี่ลูกก็บอกเขาเลย"

"ลูกเดียวก็พอค่ะ"

ขนมผิงทำมือหนึ่งนิ้วก่อนจะดูดชิมน้ำเมล่อนปั่นอย่างอารมณ์ดี เขาหันไปสั่งพนักงานให้เก็บมาสิบกิโลกรัม นานๆจะมาถึงสวนทั้งทีก็เอาไปให้เยอะหน่อย เผื่อหญิงสาวจะเอาไปฝากป้าหรือครอบครัวคนอื่นๆของเธอด้วย

"ช่วยเก็บให้ผมสิบกิโลนะครับ คิดเงินกับผู้ช่วยผมเลยนะ"

"ได้ค่ะพ่อเลี้ยง"

ขนมผิงมองชายหนุ่มก่อนจะเลิกคิ้วอย่างสงสัย เขาจะซื้อไปทำไมตั้งเยอะแยะกัน

"ซื้อไปฝากใครคะตั้ง10กิโล"

"เราไง ลูกหนึ่งก็เกือบสองกิโลแล้วผิง สิบกิโลคัดเกรดดีๆก็คงไม่เกิน5ลูก เรานะกินหมดอยู่แล้ว"

เขาลูบผมหญิงสาวอย่างเอ็นดู ลูกเดียวมันจะพออิ่มอะไรกัน รายนี้ชอบกินผลไม้มากที่ไร่คนงานจะเก็บมาส่งให้ที่บ้านตลอดโดยแบ่งจากที่ส่งไปขาย เพราะเธอชอบกินผลไม้ทุกอย่าง

"ผิงกินไม่หมดหรอกน่า งั้นเอาไปฝากป้าพาได้มั้ยคะ"

"ตามใจแล้วกัน ซื้อให้แล้วไง"

ขนมผิงยิ้มออกมาอย่างดีใจก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณชายหนุ่มแนบอก เขาลูบผมเธออย่างเอ็นดูก่อนจะลองชิมเมล่อนในจานต่อ

"อร่อยจริงกรอบด้วย น่าเอาไปปลูก งั้นผิงอยู่ตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวไปคุยกับเจ้าของสวนแป๊บ"

"ได้ค่ะพ่อเลี้ยง"

เธอนั่งลงรอเขาที่เดิมอย่างว่าง่าย พ่อเลี้ยงเดินไปคุยกับผู้ช่วยและเจ้าของสวนเรื่องที่จะเอาเมล่อนพันธุ์ที่ขนมผิงเสนอไปปลูก มันอร่อยจริงๆอย่างที่เธอบอกเขาก็เลยจะลองเอาไปปลูกก่อนดูซักแปลง หลังจากนั้นค่อยว่ากันอีกทีว่ามันคุ้มและไปรอดรึเปล่า

ใช้เวลาอยู่ในสวนเมล่อนไม่ถึงชั่วโมง ทั้งสองคนก็เดินทางกลับมาที่รีสอร์ทพร้อมกับเก็บกระเป๋าพร้อมเดินทางกลับไร่คาวีวิลล่า

ใช้เวลาเดินทางสองชั่วโมงทุกคนก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ขนมผิงเดินลงจากรถก่อนจะบิดขี้เกียจเนื่องจากเธอนั่งรถนานและสองสามวันมานี้เดินทางตลอดจึงรู้สึกเหนื่อย

"ฮ้า! เหนื่อยจังผิงอยากนอนแล้ว"

"ไปนอนที่ห้องสิ อาบน้ำก่อนนะจะได้สบายตัวเดี๋ยวตามเข้าไป"

หญิงสาวสวมกอดเอวชายหนุ่มแน่นก่อนจะยื่นริมฝีปากไปจุ๊บแก้มเขาพร้อมกับยิ้มหวาน

"รีบมานะคะ ต้องการคนกอด"

"ไม่ต้องมาอ้อนรีบไปเลย"

เขาส่ายหน้าอย่างปลงๆก่อนจะหอมแก้มเธอแล้วปล่อยให้เป็นอิสระ ขนมผิงเดินขึ้นมาบนบ้านกำลังจะเดินเข้าไปในตัวบ้านก็ตาโตอย่างตกใจเมื่อป้าพาและคุณหญิงหรืออีกอย่างที่ทุกคนรู้จักดีคือคุณแม่ของพ่อเลี้ยงคาวีนั้นเอง

"คุณหญิง!"

"ตกใจอะไรกันจ๊ะหนูผิง ฉันมาที่นี่มันน่าตกใจมากขนาดนั้นเลยเหรอ"

คุณหญิงยิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ขนมผิงรีบวิ่งไปนั่งลงข้างๆก่อนจะยกมือกราบท่านทันที

"สวัสดีค่ะคุณหญิง ผิงขอโทษนะคะที่เสียมารยาท คือมันตกใจนิดหน่อยนะคะแหะๆ"

เธอไม่รู้จะแก้ตัวยังไงก็เลยแถไปตามประสาเด็ก ท่านมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดู ทำไมจะไม่รู้ว่าพ่อเลี้ยงคาวีพาขนมผิงไปดูไม้บนดอยด้วย ก็รู้มาจากป้าแท้ๆของเธอนั้นแหละ

"แล้วลูกชายฉันล่ะอยู่ที่ไหน มายังไม่เจอเลยนะ"

"เดี๋ยวก็ขึ้นมาแล้วค่ะ พ่อเลี้ยงคาวีไปบนดอยมาค่ะเพิ่งมาถึงเอง คุณหญิงมาเหนื่อยๆเดี๋ยวผิงไปเอาน้ำส้มคั้นเย็นๆให้นะคะ"

"ไม่ต้องหรอกฉันยังไม่หิว มานี่สิมานวดให้หน่อย"

"ได้ค่ะ"

ขนมผิงขยับเข้าไปใกล้ท่านก่อนจะค่อยๆนวดขาให้อย่างเบามือ คุณหญิงมองเด็กสาวตรงหน้าก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นเด็กที่มารยาทดีมากและได้รับการอบรมมาดีจากคนเป็นป้าเธอจึงชอบและไม่เคยอคติกับเด็กคนนี้ พักหลังเธอไม่ได้มาที่นี่นานเป็นปีเกือบสองปีจึงไม่รู้เลยว่าที่นี่มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

พ่อเลี้ยงคาวีเดินเข้ามาในตัวบ้านหลังจากที่เคลียร์งานเสร็จ เขาจะเข้าไปอาบน้ำแล้วนอนกอดขนมผิงตามที่เธออ้อนไว้แต่ก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อคนที่เขาไม่คาดคิดว่าจะมาได้ มาโผล่อยู่ที่นี่

"คุณแม่!"

"ไงลูกชาย ตกใจแม่อีกคนแล้วเหรอ เมื่อกี้ก็หนูผิงตกใจไปแล้วลูกก็มาตกใจอีกคน... มีพิรุจเนาะสองคนนี้"

คุณหญิงยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย พ่อเลี้ยงคาวีหันไปมองหน้าขนมผิงก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

'แม่มา ซวยแล้ว...'

<<~~~~~~~~~>>>>>>>

ซวยนะสิ 555555

มาอีกแล้ววววววววว อิอิ

คุมแม่จัดการเลยค่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป